คู่มือจับคู่ธุรกิจและการป้องกันโรคโควิด-19 ไทย-ไต้หวัน

ทั่วโลกได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อุตสาหกรรมต้องเผชิญกับความเสี่ยงแบบทวีคูณทั้งเรื่องห่วงโซ่อุปทานหยุดชะงักและความต้องการของตลาดที่ลดลง กิจกรรมทางเศรษฐกิจได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก ต่อให้หลังจากโรคระบาดทั่วโลกนี้ได้รับการควบคุมแล้วนั้น ผู้คนก็ได้รับผลกระทบหรือถูกบังคับให้เปลี่ยนวิถีชีวิตและรูปแบบการทำงานของพวกเขา และมีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงแบบถาวร ในขณะเดียวกันก็จะนำไปสู่การพัฒนาแอพพลิเคชั่นและเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น การทำงานที่บ้าน การประชุมทางไกล อีคอมเมิร์ซ วิดีโอออนไลน์ หรือการประยุกต์ใช้ “อินเตอร์เน็ตในทุกสิ่ง”(Internet of Things) เทคโนโลยีอัจฉริยะและเทคโนโลยีชีวภาพจากการป้องกันโรค

 

เพื่อคาดการณ์สถานการณ์ที่จะเปลี่ยนแปลงหลังจากเหตุการณ์โรคระบาด การจัดเตรียมและวางแผนตลาดที่มีศักยภาพล่วงหน้า นวัตกรรมและการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีแบบไร้การสัมผัส เพื่อคว้าโอกาสทางการตลาด และเตรียมพร้อมมุ่งสู่ตลาดและโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ หลังควบคุมการแพร่ระบาดได้แล้ว สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย (สำนักงานฯ) สถาบันวิจัยสุขภาพแห่งชาติ (National Health Research Institutes) สถาบันเทคโนโลยีชีวภาพและอุตสาหกรรมการแพทย์ (Institute for Biotechnology and Medicine Industry) ศูนย์พัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพ (Development Center for Biotechnology) สถาบันอุตสาหกรรมสารสนเทศ (Institute for Information Industry) สถาบันวิจัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรม (Industrial Technology Research Institute) และ KPMG ของไต้หวัน ได้ร่วมมือกันจัดการประชุมออนไลน์กับเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ประกอบการด้านอุตสาหกรรมทางการแพทย์ของไทยและนักธุรกิจชาวไต้หวัน เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 พร้อมทั้งแบ่งปันประสบการณ์การต่อสู้กับโรคระบาดของทางภาครัฐและภาคเอกชนไต้หวัน รวมถึงสำรวจความเป็นไปได้ของความร่วมมือในการพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพทางการแพทย์ระหว่างไต้หวันและประเทศไทย

 

ในสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 นี้ สำนักงานฯ ได้จัดทำเว็บไซต์ให้บริการข้อมูล “Taiwan’s Stories Against COVID-19” (http://XCOVID-19.Taiwan-Thailand.Net) เพื่อที่จะช่วยให้ภาคอุตสาหกรรม ภาครัฐ ภาคการศึกษา ภาควิชาการของไทยเข้าใจบริการ วิธีการแก้ปัญหา ข้อมูลการติดต่อของบริษัทด้านการป้องกันโรคในไต้หวันมากขึ้น อีกทั้งยังมีพื้นที่เฉพาะสำหรับ “Taiwan-Thailand Business Opportunities Derived From Fighting Against COVID-19”
และมีบัญชีไลน์ (LINE ID “TaiwanMED”) เป็นช่องทางเชื่อมต่อกับคณะแพทยศาสตร์ องค์กรและอุตสาหกรรมการแพทย์ซึ่งเป็นสมาชิกบนแพลตฟอร์มนี้ เรียนเชิญเพื่อนๆ ชาวไทยติดต่อสำนักงานฯ ผ่านบัญชีไลน์ดังกล่าว ร่วมผลักดันและแลกเปลี่ยนข้อมูลการแพทย์ระหว่างไทยและไต้หวัน เพื่อให้เนื้อหาที่ได้พูดคุยและโอกาสความร่วมมือที่ได้กล่าวถึงในสัมมนาออนไลน์เกิดขึ้นจริง

 

สำนักงานฯ ได้จัดทำคู่มือจับคู่ธุรกิจและการป้องกันโรคโควิด-19 ไทย-ไต้หวัน (Taiwan-Thailand Manual of Business Opportunities Derived From Fighting Against COVID-19) โดยมีการรวบรวมผลงานและวิดีโอสัมมนาออนไลน์เกี่ยวกับข้อมูลผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และระบบบริการการแพทย์ป้องกันโรคโควิด-19 ของไต้หวัน ร่วมกับสถาบันวิจัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรม (Industrial Technology Research Institute) สถาบันอุตสาหกรรมสารสนเทศ (Institute for Information Industry) ศูนย์เทคโนโลยีและพัฒนาอุตสาหกรรมการแพทย์และเภสัชภัณฑ์ (Medical and Pharmaceutical Industry Technology and Development Center. Development Center for Biotechnology) ศูนย์พัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพ (Development Center for Biotechnology) สถาบันเทคโนโลยีชีวภาพและอุตสาหกรรมการแพทย์ (Institute for Biotechnology and Medicine Industry) สถาบันวิจัยสุขภาพแห่งชาติ (National Health Research Institutes) สถาบันวิจัยสิ่งทอไต้หวัน (Taiwan Textile Research Institute) สภาพัฒนาการค้าต่างประเทศไต้หวัน (Taiwan External Trade Development Council) เพื่อให้ผู้ประกอบการชาวไทยที่ประสงค์ร่วมมือกับไต้หวันด้านการป้องกันโรคระบาดประกอบพิจารณา และให้ไต้หวันสามารถส่งออกอุตสากรรมการป้องกันโรคมากขึ้น ทั้งนี้เพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจระหว่างไทยและไต้หวัน ท่านสามารถดาวน์โหลดคู่มือดังกล่าวแบบเต็มรูปแบบได้ที่เว็บไซต์   (http://XCOVID-19.Taiwan-Thailand.Net)

 

เพื่อนๆ ชาวไทยจากหน่วยงาน ภาคอุตสาหกรรม ภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคการศึกษาที่ประสงค์ต้องการสอบถามข้อมูลบริการ วิธีการแก้ปัญหา ข้อมูลการติดต่อด้านการป้องกันโรคในไต้หวัน ท่านสามารถสอบถามข้อมูลผ่านช่องทางบัญชีไลน์ (LINE ID : TaiwanFDI) หรือ https://line.me/ti/p/_41fvXymsJ ทั้งนี้ จะมีเจ้าหน้าที่ให้บริการเป็นภาษาไทยและภาษาจีนโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น